มาครับ บทความนี้สำหรับคนที่กำลังสนใจ Canon EOS R5 Mark II วันนี้เรามาทำความรู้จักกับกล้องขุนพลสิบทิศ Hybrid Hi-Res Mirrorless Canon EOS R5 Mark II จาก Canon ตัวนี้กันหน่อยดีกว่า กล้องออกมาได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่อะไรที่ทำให้กล้องรุ่นนี้ยังอยู่ในความสนใจ และยังเป็นหนึ่งในกล้องขายดีในกระแส วันนี้เราไปดูกันเลยครับ

Canon EOS R5 Mark II เป็นกล้องที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้พร้อมตอบทุกโจทย์ของงานภาพนิ่งและวิดีโอ ในสไตล์กล้อง Hybrid Hi-Res Mirrorless มอบความคมชัดและรายละเอียดที่น่าทึ่ง ใช้เซนเซอร์ BSI Stacked CMOS 45 ความละเอียดล้านพิกเซล มีความเร็วในการถ่ายภาพสูงสุด Electronic Shutter: 30fps / Mechanical Shutter: 12fps สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงได้ถึงระดับ 8K/60p, 4K/120p และ FHD/240p รองรับโปรไฟล์สีวิดีโอ C-Log 2 และ C-Log 3 และมาพร้อมไฟล์วิดีโอใหม่ XF-AVC S และ XF-HEVC S เป็นกล้อง Super All-Around Camera ที่โดดเด่นในทุกแนวทางแบบสุดขีดของความละเอียดและรายละเอียดในตัวเดียวกัน

แต่แน่นอนว่าความละเอียดสูง ๆ มันมักจะมาพร้อมปริมาณข้อมูลที่มหาศาลตามไปด้วย ทำให้นอกจากชิปประมวลผลระดับเทพตัว Top สูงสุดอย่าง DIGIC X แล้ว กล้อง Canon EOS R5 Mark II ยังมาพร้อมชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด DIGIC Accelerator อีกด้วยครับ
ซึ่งชิปประมวลผลใหม่นี้มันถูกพัฒนามาเพื่อมอบประสิทธิภาพในการส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลด้วยความรวดเร็วสูงสุด จนส่งผลทำให้ประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ ของกล้องสูงขึ้น โดยเฉพาะระบบโฟกัสที่ทรงพลังเหนือล้ำขึ้นยิ่งกว่าที่เคยมีมา
ไม่ว่าจะในเรื่องของความแม่นยำ ความฉลาดล้ำในการจดจำและแยกแยะเป้าหมาย ไปจนถึงความไวในการตอบสนองโฟกัส และความหลากหลายของการตรวจจับโฟกัส คือเรียกว่าคิดชิปตัวนี้ขึ้นมาเพื่อมาทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะเลยล่ะ

Dual Pixel Intelligent AF เป็นชื่อของระบบโฟกัสใหม่ในกล้อง Canon EOS R5 Mark II ซึ่งโดดเด่นในด้านความฉลาดล้ำในการจดจำเป้าหมาย สามารถลำดับความสำคัญของเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งจุดโฟกัสตามได้โดยอัตโนมัติ มีความไวในการตอบสนอง และยังมอบความแม่นยำสูงแม้มีสิ่งกีดขวางและในจังหวะที่ยากจะคาดเดา รวมถึงมีความหลากหลายในการแยกแยะ Priority ที่ต้องการได้ทั้งมนุษย์ สัตว์ นก และยานพาหนะ โดยจะสามารถเลือกให้ลึกลงไปได้ว่าจะเลือกเน้นส่วนไหนเป็นพิเศษไม่ว่าจะเน้นดวงตา ใบหน้า ส่วนหัว หรือลำตัว อีกทั้งยังสามารถจับโฟกัสได้อย่างแม่นยำแม้ในสภาพแสงน้อยอย่างที่ไม่เคยมีกล้องรุ่นไหนในตระกูล Canon EOS R-Series ทำได้มาก่อน โดยในส่วนของกล้อง Canon EOS R5 Mark II จะสามารถจับโฟกัสในที่แสงน้อยได้มืดถึง -6.5EV เลยทีเดียว
ถัดมาคือ Action Priority เป็นฟังก์ชันพิเศษที่สามารถวิเคราะห์และจดจำการเคลื่อนไหวของวัตถุอย่างรวดเร็วได้ด้วยความแม่นยำที่สูงมาก จนสามารถติดตามวัตถุได้อย่างเหนียวแน่นแม้จะมีสิ่งกีดขวางอื่นตัดผ่านหน้ากล้อง แม้แต่ในช่วงเวลาระหว่างเกมกีฬาที่คาดเดาได้ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้น อีกทั้งมันยังสามารถจดจำเป้าหมาย และลำดับความสำคัญของเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งจุดโฟกัสตามได้โดยอัตโนมัติอีกด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือกล้อง Canon EOS R5 Mark II จะเลือกจับโฟกัสที่ผู้เล่นที่ครองบอลอยู่กับตัวเป็นหลัก และในทันทีที่เกิดการต่อบอล ส่งบอล ออกบอล หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้บอลเคลื่อนที่จากผู้เล่นคนหนึ่งไปยังผู้เล่นอีกคนหนึ่ง กล้อง Canon EOS R5 Mark II จะทำการเปลี่ยนตำแหน่งโฟกัสให้เราเองโดยอัตโนมัติทันทีตามการส่งบอล ซึ่งใช้ได้ในกีฬา 3 ประเภท คือ ฟุตบอล, บาสเกตบอล และวอลเลย์บอล
และอีกหนึ่งฟังก์ชันพิเศษ Register People Priority สำหรับจดจำใบหน้าที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษได้พร้อมกันสูงสุดถึง 10 ใบหน้า แถมยังสามารถ Custom จัดลำดับความสำคัญของแต่ละใบหน้าได้อีกด้วย ที่สำคัญคือจะยกกล้องขึ้นมาถ่ายแล้วเลือกให้กล้องจดจำ หรือจะเลือกให้กล้องจดจำใบหน้านั้นไว้จากไฟล์ที่มีอยู่ก็ได้ และเรายังสามารถ Save ข้อมูลชุดใบหน้านั้นแยกเอาไว้เป็นชุด แล้ว Load เข้ามาใช้งานทีหลังก็ได้ด้วย

และ Canon EOS R5 Mark II ยังเป็นกล้องรุ่นแรก ๆ เลย ที่นำเอาเทคโนโลยีโครงข่ายประสาทเทียม หรือ Neural Network Technology มาใช้ในการรีดเค้นประสิทธิภาพของอัลกอริธึมการเรียนรู้เชิงลึก ทำให้กล้อง Canon EOS R5 Mark II ได้ฟังก์ชันพิเศษใหม่ 2 ฟังก์ชัน อันได้แก่ Neural Network In-Camera Upscaling และ Neural Network Noise Reduction โดยการใช้อัลกอริธึมการเรียนรู้เชิงลึกเพื่อเพิ่มความละเอียดหรือลดสัญญาณรบกวนของภาพ
ซึ่งในส่วนของ Neural Network In-Camera Upscaling ของ Canon EOS R5 Mark II จะสามารถเพิ่มความละเอียดภาพนิ่งได้สูงสุดถึง 179 ล้านพิกเซล (JPEG) โดยข้อดีของมันคือการทำ Neural Network In-Camera Upscaling จะทำให้ไฟล์ภาพนิ่งที่เราได้ไม่เกิดอาการ Motion Blur (หากมีการเคลื่อนไหวในขณะบันทึกภาพ) เหมือนการทำ Pixel Shift Multishot เพราะเป็นการเอาไฟล์ภาพมาเพิ่มจำนวนพิกเซลโดยตรงด้วยอัลกอริธึม ไม่ใช่การขยับเซนเซอร์ถ่ายภาพ

ฟังก์ชันเปลี่ยนตำแหน่งการจับโฟกัสตามการชำเลืองมอง Eye-Control AF ของกล้อง Canon EOS R5 Mark II ถูกพัฒนาอัพเกรดขึ้นไปอีกระดับ ให้มีความลื่นไหลในการใช้งาน และสามารถตอบสนองได้อย่างแม่นยำว่องไวมากขึ้น ที่สำคัญคือทำได้ถึงขั้นสามารถเปลี่ยนตำแหน่งการจับโฟกัสได้แม้ในขณะกด Half-Press Shutter
ส่วนโรลลิ่งชัตเตอร์เอฟเฟกต์ก็น้อยมากจนแทบสัมผัสไม่ได้ ข้อนี้แทบไม่ต้องพูดอะไรมากเลยครับ ตอนรุ่นก่อนก็ทำได้ดีมากแล้ว พอมาถึงรุ่นนี้ Canon EOS R5 Mark II มีทั้งเซนเซอร์แบบใหม่ และชิปประมวลผลใหม่ ใส่มาให้แบบจัดเต็ม การประมวลผล การส่งข้อมูล รอบการทำงานของเซ็นเซอร์ บอกได้แค่เพียงว่าแทบจะไปสู่สุดขีดสุดขอบแล้ว

สุดท้ายในส่วนของงานบอดี้ดีไซน์ เลย์เอาท์ของปุ่มแป้นต่าง ๆ ก็ยังคงจัดวางมาได้เป็นอย่างดี โดยที่โดดเด่นมาก ๆ ก็เห็นจะเป็นในเรื่องของช่องมองภาพแบบ OLED EVF ขนาด 0.5 นิ้ว ความละเอียด 5.76 ล้านจุดสีนี่ล่ะครับ คือดูแค่ตัวเลขอาจจะเห็นว่ามันไม่เยอะ แต่ถ้าได้มาเห็นตัวจริง ๆ ล่ะก็ บอกเลยว่าจะต้องร้องโอ้โห เพราะช่องมองมันใหญ่มาก ๆ เรียกว่าถ้ามองจากด้านหลังกล้องเนี่ย สิ่งแรก ๆ ที่มันจะเตะตาคุณเลยก็คือช่องมองภาพแบบ OLED EVF ของกล้อง Canon EOS R5 Mark II นี่ล่ะครับ ซึ่งการที่กล้องถ่ายภาพมีช่องมองภาพที่ใหญ่ และมีความละเอียดสูงเนี่ย บอกเลยว่ามันดูได้สบายตามาก ๆ เลยล่ะครับ ที่สำคัญยังมีระบบกันสั่นเทพ IBIS แบบ 5 แกน ที่สามารถชดเชยสปีดชัตเตอร์ได้สูงสุด 8.5 สตอปมาให้อีกด้วย
สำหรับคนที่สนใจกล้อง Canon EOS R5 Mark II สามารถแวะมาจับตัวจริง เพื่อสัมผัสกับขอบเขตของความละเอียดคมชัด ทั้งงานภาพนิ่งและวิดีโอ ไปด้วยกันที่ร้าน BIG Camera กว่า 160 สาขาทั่วประเทศ และที่ BIG Camera Online ได้แล้ววันนี้





































