สิ้นสุดการรอคอย ในที่สุด RICOH GR IV HDF (GR4 HDF) ก็มาแล้ว และนี่คือ 7 จุดเด่นที่พวกเราชาว BIG Camera รวบรวมมาให้ชมกัน ว่ามันต่างจาก RICOH GR IV ยังไง? HDF คืออะไร? คาแร็คเตอร์โทนที่ได้เป็นยังไง? วันนี้เราไปดูกันครับ ส่วนคนที่รอดูรีวิวเต็ม ๆ ของ RICOH GR IV HDF อดใจรอกันอีกนิดนะครับ เร็ว ๆ นี้ได้ดูแน่นอน กำลังเตรียมออกกองกันแล้ว

ปุ่มชัตเตอร์สีพิเศษ Grayish Silver, บอดี้ดีไซน์คล่องตัว, กะทัดรัด พกพาง่าย
อันดับแรกเรามาเริ่มกันที่งานบอดี้ดีไซน์กันก่อน โดยงานออกแบบของ RICOH GR IV HDF ยังคงเน้นความคล่องตัว กะทัดรัด พกพาง่าย ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของกล้องในตระกูล RICOH GR-Series ซึ่งเป็นกล้องที่สามารถพกพาและใช้งานได้ทุกวันในทุกที่ทุกเวลา พูดง่าย ๆ ก็คือยังรักษาความเป็นกล้อง Street Snap เอาไว้อย่างครบถ้วน แต่ใน RICOH GR IV HDF จะมีการเพิ่มเติมลักษณะพิเศษเข้ามาที่บริเวณปุ่มชัตเตอร์ ให้เป็นปุ่มชัตเตอร์สีพิเศษ Grayish Silver ที่ดูโดดเด่นและกลมกลืนไปในขณะเดียวกัน

ฟิลเตอร์ HDF, คาแร็คเตอร์ไฟล์ฟุ้งละมุนชวนฝัน, เปิด/ปิด ฟิลเตอร์ HDF ด้วยปุ่ม Fn
ถัดมาในส่วนของ HDF หรือที่มีชื่อเต็ม ๆ ว่า “Highlight Diffusion Filter” เป็นฟีเจอร์ที่มีอยู่ในกล้อง RICOH GR-Series HDF โดยฟิลเตอร์ตัวนี้จะทำหน้าที่ช่วยในการกระจายแสง ทำให้คาแร็คเตอร์โทนภาพที่ได้จากกล้อง RICOH GR IV HDF มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น รวมถึงมีเสน่ห์แบบกล้องฟิล์มเลยทีเดียว คือไฟล์ที่เราได้มันจะมีความนุ่มละมุน และฟุ้ง ๆ ฝัน ๆ ที่เรียกกันว่า Glow อยู่ในไฟล์อย่างลงตัว ซึ่งสามารถเปิด/ปิดฟิลเตอร์ HDF ได้ที่ปุ่ม Fn

เซนเซอร์ APS-C, ความละเอียด 25.74 ล้านพิกเซล, กันสั่นแบบ SR ใหม่ 5 แกน
ในส่วนระบบภายในก็เรียกว่ายกเอามาจาก RICOH GR IV แบบเต็มสูบกันไปเลย ตั้งแต่เซนเซอร์ APS-C ความละเอียด 25.74 ล้านพิกเซล กันสั่นใหม่แบบ SR 5 แกนที่ทรงพลังจนสามารถชดเชยสปีดชัตเตอร์ได้สูงถึง 6 Steps ระบบโฟกัสที่ถูกขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล GR ENGINE 7 ทำให้โฟกัสได้ไวและสามารถจับโฟกัสได้แม้ในที่แสงน้อย พร้อมค่าความไวแสงสูงสุดที่ ISO204800 เรียกว่าอะไรที่ RICOH GR IV ทำได้ RICOH GR IV HDF ก็ทำได้แถมมี HDF มาให้ในตัวด้วย

เลนส์ 18.3 f2.8 - f16, โครงสร้สงชุดเลนส์แบบ 7 ชิ้น 5 กลุ่ม, มีชิ้นแก้ว Aspherical 3 ชิ้น
ในส่วนของเลนส์ประจำตัว RICOH GR IV HDF ยังคงเลือกใช้งานเลนส์ 18.3mm f2.8 เป็นเลนส์ประจำการอยู่ ก็ไม่น่าแปลกใจด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ และช่วงเลนส์ที่มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งานที่หลากหลาย สามารถเปิดรูรับแสงได้ตั้งแต่ f2.8-f16 มีระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 10cm ใน Normal Mode และ 6cm ใน Macro Mode และใช้โครงสร้างชุดเลนส์แบบ 7 ชิ้น 5 กลุ่ม ที่มาพร้อมชิ้นเลนส์พิเศษ Aspherical ถึง 3 ชิ้น เรียกว่าเป็นเลนส์ที่มีดีทั้งช่วงระยะใช้งานและประสิทธิภาพเลย

รองรับกาดร์ความจำแบบ UHS-I Micro SD Card, มี Internal storage ความจุ 53GB
มาต่อกันที่ส่วนของการ์ดความจำ จากเดิมใน RICOH GR III HDF พอมาถึง RICOH GR IV HDF ก็ปรับเปลี่ยนมาใช้ Memory Card แบบ Micro SD ที่สามารถหาได้ง่ายและสะดวกต่อการพกพามากขึ้น โดยยังมาพร้อม Internal storage หรือความจำภายในอยู่ แต่ RICOH GR IV HDF จะมีความจุสูงถึง 53GB เลยทีเดียว

High-speed electronic shutter สูงสุด 1/16,000 วินาที
ในส่วนของสปีดชัตเตอร์ RICOH GR IV HDF สามารถทำสปีดชัตเตอร์ได้สูงสุดที่ 1/16,000 วินาที เมื่อใช้งาน High-speed electronic shutter ด้วยสปีดชัตเตอร์ที่สูงระดับนี้ จะจังหวะไหนก็สะกดได้อยู่หมัด

จอหลังขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1.04 ล้านจุดสี
ด้วยจอหลังขนาด 3 นิ้วของ RICOH GR IV HDF ที่มาพร้อมความละเอียด 1.04 ล้านจุดสี ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้งาน มองเห็นเฟรมได้อย่างเต็มตา จัดองค์ประกอบภาพง่าย ยก-กด-ได้ภาพ ก็เรียกว่ามันเป็นกล้องที่เด็ดมาก ๆ อีกรุ่นเลยล่ะครับ สำหรับ RICOH GR IV HDF ตัวนี้ ครบถ้วนทั้งประสิทธิภาพความสามารถ งานออกแบบดีไซน์ ไปจนถึงการใช้งานจริง ไม่แปลกใจที่หลาย ๆ คนเมื่อได้สัมผัส
กับตัวจริงของมันจะหลงรักกล้องตัวนี้ สำหรับคนที่สนใจ สามารถพรีออเดอร์ RICOH GR IV HDF กันได้แล้วนะครับ ตั้งแต่วันนี้ที่ร้าน BIG Camera กว่า 160 สาขาทั่วประเทศ และที่ BIG Camera Online
และต่อไปนี้เป็นภาพ Sample สำหรับคนที่อยากดูว่าถ้าเปิดฟิลเตอร์ HDF แล้วไฟล์ภาพจะได้คาแร็คเตอร์โทนประมาณไหน เลื่อนไปดูต่อกันได้เลยครับ แต่... ระวังจะหลงรัก RICOH GR IV HDF











































