รู้หรือไม่? ข้อมูลบน SD Card บอกอะไรเราบ้าง

ก่อนจะซื้อ SD Card มาใช้งานกับกล้องของเรานั้น เคยสังเกตกันหรือเปล่าว่า ข้อมูลบน SD Card นั้นบอกอะไรกับเราบ้าง หลายคนไม่เคยสังเกตเลย หรืออาจจะเคยสังเกตแต่ไม่รู้ว่ามันบอกอะไรบ้าง แต่สำหรับบทความนี้จะมาช่วยเฉลยว่าข้อมูลที่อยู่บน SD Card นั้น บอกอะไรเราบ้าง เวลาเลือกซื้อ SD Card จะได้รู้ว่าเหมาะกับการใช้งานของเราหรือเปล่า

1.ชื่อผู้ผลิต หรือชื่อรุ่นของการ์ด เป็นการบอกให้เรารู้ว่าการ์ดใบนี้เป็นของยี่ห้ออะไร และเป็นรุ่นไหน เพราะแต่ละยี่ห้อการ์ดนั้นมักจะมีชื่อรุ่นแตกต่างกันออกไป โดยแต่ละรุ่นก็เป็นการบ่งบอกว่าการ์ดนั้นๆเป็นการ์ดคลาสไหน เหมาะกับการใช้งานแบบใด ตามแต่ละยี่ห้อจะตั้งขึ้นมา เช่น Sandisk จะมีรุ่น Ultra , Extreme , Extreme PRO เป็นต้น

2.ความเร็วสูงสุดในการอ่านข้อมูล เป็นตัวเลขที่ระบุความเร็วสูงสุดในการอ่านข้อมูลจากตัวการ์ด (จากตัวอย่าง สามารถอ่านข้อมูลได้เร็วสุด 170 MB ต่อวินาที) ซึ่งข้อมูลนี้มีประโยชน์สำหรับการเลือกซื้อมาใช้งาน หากต้องการการ์ดที่อ่านข้อมูลได้เร็วก็ต้องเลือกที่มีตัวเลขเยอะๆเข้าไว้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวการ์ดส่วนใหญ่มักไม่ระบุตัวเลขความเร็วสูงสุดของการเขียนข้อมูล ซึ่งจะมีผลต่อการเขียนข้อมูลลงบนการ์ดด้วย ต้องหาอ่านจากกล่องบรรจุภัณฑ์แทน แต่จะสังเกตได้ว่าหากเป็นการ์ดบางยี่ห้อจะมีตัวเลขความเร็วในการเขียนข้อมูลด้วย เช่นของ Sony เพราะทาง Sony นั้นต้องการโชว์ให้เห็นว่าการ์ดของ Sony มีความเร็วในการเขียนข้อมูลได้เร็วมากๆ ซึ่งเป็นจุดขายของตัวการ์ดเองด้วย

3.ชนิดของการ์ด ปัจจุบันการ์ดประเภทนี้มีทั้งแบบ SD , SDHC และ SDXC และ SDUC ซึ่งควรเลือกใช้งานให้เข้ากับกล้องของเราด้วย กล้องรุ่นเก่าๆบางตัวไม่สามารถใช้งานกับการ์ดบางชนิดได้ เนื่องจากไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับการทำงานร่วมกัน
สำหรับข้อมูลของการ์ดแต่ละชนิดนั้น ต่างกันตรงที่เรื่องของเทคโนโลยี และความจุของการ์ด จะสังเกตได้ว่าการ์ด SD ธรรมดานั้นมีความจุสูงสุดได้แค่ 2GB เท่านั้น ในขณะที่การ์ดรุ่นใหม่ๆอย่าง SDUC ทำความจุสูงสุดได้ถึง 128TB เลยทีเดียว (ปัจจุบันตามท้องตลาดมีแค่ประเภท SD , SDHC และ SDXC ส่วน SDUC เป็นมาตรฐานของการ์ดในอนาคตที่สามารถทำความจุได้มากขึ้น)

4.ขนาดความจุของการ์ด ตรงจุดนี้หลายๆคนคงทราบดีว่าเป็นตัวเลขระบุความจุของการ์ด ยิ่งความจุเยอะเท่าไร ก็จะสามารถบันทึกไฟล์ได้มากขึ้น

5.ประเภท Video Speed Class ของการ์ด ใช้ตัวอักษร V นำหน้าตัวเลข เป็นมาตรฐานค่าความเร็วของการ์ดรูปแบบใหม่แทนที่ตัว U เดิม (ค่า U อธิบายในข้อ 8.) ซึ่งข้อมูลตรงจุดนี้จะทำให้ผู้ใช้งานทราบว่าจะใช้งานการ์ดกับการถ่ายวีดีโอความละเอียดขนาดใดได้บ้าง วินาที ยกตัวอย่างเช่น V30 ขึ้นไปรองรับการถ่ายวีดีโอความละเอียด 8K ได้ โดยจะมีค่าตัวเลขตั้งแต่ V6 , V10 , V30 , V60 ไปจนถึง V90 และอาจจะสูงขึ้นไปอีกในอนาคต ส่วนค่าความเร็วนั้นเป็นค่าความเร็วในการเขียนข้อมูลลงบนการ์ดตามค่าตัวเลขโดยมีหน่วยเป็น MB/s

6.ประเภทของ UHS เป็นข้อมูลสำหรับระบุถึงสถาปัตยกรรมของหน่วยความจำที่เรียกว่า BUS ของการ์ดเหมือนกับหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ โดยจะมีระบุประเภทเป็นตัวเลขโรมัน I , II หรือ III ส่วนคำว่า UHS ย่อมาจากคำว่า Ultra-High Speed ซึ่งจะรองรับการเขียนข้อมูลที่เยอะขึ้นและเร็วขึ้นของตัวการ์ด และมีความแตกต่างกันในตัวการ์ด UHS-I และ UHS-II สังเกตได้จากแถบทองเหลืองด้านหลังของการ์ประเภท UHS-II จะมีแถบทองเหลืองเพิ่มขึ้นมา การเลือกซื้อการ์ดจึงควรดูในส่วนของข้อมูลตรงนี้ด้วย เพื่อให้กล้องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากกล้องรุ่นใหม่ๆรองรับการใช้งานกับการ์ดประเภท UHS-II แล้ว แต่ถ้าหากกล้องที่ใช้งานอยู่ไม่รองรับ UHS-II ก็จะเป็นการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ เพราะไม่ได้ใช้งานความเร็วสูงของตัวการ์ดนั่นเองนั่นเอง

7.ประเภท Class ของการ์ด สำหรับข้อมูลตัวนี้เป็นค่ามาตรฐานแรกเริ่มของ SD Card ซึ่งจะระบุถึงค่าความเร็วสูงสุดในการเขียนข้อมูลลงบนการ์ด โดย Class 10 ถือเป็นค่าสูงสุด มีความเร็วในการเขียนข้อมูล 10 MB/s ส่วน Class 2 เป็นค่าต่ำสุด มีความเร็วในการเขียนข้อมูล 2 MB/s ใช้สัญลักษณ์ตัว C พร้อมตัวเลขด้านใน แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีของตัวการ์ดพัฒนาไปมาก จึงมีการใช้ค่ามาตรฐานอื่นแทนหากมีความเร็วในการอ่านข้อมูลที่เร็วขึ้น

 

8.ค่าคลาสความเร็วสูงสุดในการเขียนข้อมูล UHS เป็นค่ามาตรฐานใหม่สำหรับการ์ดที่มีอัตราการเขียนข้อมูลสูงกว่าประเภท Class ที่ใช้สัญลักษณ์ตัว C โดยเปลี่ยนเป็นการใช้ตัว U แทน เริ่มจาก U1 จะมีความเร็วในการเขียนข้อมูลขั้นต่ำ 10 MB/s หากเป็น U3 จะมีความเร็วในการเขียนข้อมูลขั้นต่ำ 30 MB/s (ส่วนจะทำความเร็วสูงสุดเท่าไรนั้นต้องตรวจสอบกับทางผู้ผลิตอีกที) ข้อมูลตรงนี้ในอนาคตจะถูกทดแทนด้วยสัญลักษณ์ V เพราะสามารถระบุค่าความเร็วที่สูงขึ้นไปนั่นเอง

ไม่พลาดข่าวสารโปรโมชั่นและสินค้าใหม่ล่าสุดจากเรา!

Gif party in your inbox? Learn more..