ล่าก่อน โชว์ก่อน!!! ทางช้างเผือก สุดอลังการ ก่อนหมดพฤศจิกายน

ช่วงกลางคืนของเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤศจิกายน จะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หลายคนรอคอย เรียกว่าทางช้างเผือก ซึ่งรับรองเลยว่าถ้าใครจับภาพได้ จะต้องเป็นผลงานสวยอลังการดาวล้านดวงแน่ๆ โลเกชั่นที่เราจะหาทางช้างเผือกได้นั้น ส่วนใหญ่ยิ่งออกไปถ่ายตามนอกเมือง ท้องฟ้ามืดๆ จะยิ่งได้เปรียบ เพราะเมื่ออยู่ห่างไกลจากตัวเมืองที่ท้องฟ้าสว่างด้วยแสงไฟ ควรเป็นท้องฟ้าเปิดโล่งที่มีโอกาสเห็นทางช้างเผือกชัดเจนมากขึ้นและต้องเช็กสภาพอากาศกันดีๆ ยกตัวอย่างสถานที่ที่นิยมไปถ่ายทางช้างเผือกกันใกล้ๆ กรุงเทพ ก็จะเป็น อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเพชรบุรี หรือไกลหน่อยก็เป็นดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ และนี่คือเคล็ดลับก่อนเตรียมตัวออกไปล่าทางช้างเผือกกัน

 

เปิดสปีดชัตเตอร์สูงๆ ให้ภาพสว่างๆ ไปเลย

แน่นอนว่าถ่ายทางช้างเผือก หลายคนอาจมองเป็นเรื่องยาก เพราะโลเกชั่นตรงนั้นจะแสงน้อยและมืดมากๆ ถ่ายรูปตอนกลางคืนเราต้องเปิดสปีดชัตเตอร์นานๆ เพื่อให้แสงเข้ามาในภาพได้มากขึ้น แต่โลกของเรามีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา เพียงแค่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ดังนั้นเราจึงไม่ควรมองข้ามในการตั้งค่าสปีดชัตเตอร์ในภาพทางช้างเผือกของเราแต่ถ้าเราตั้งค่าสปีดชัตเตอร์ที่นานเกินไป ทางช้างเผือกของเราจะปราศจากความคมชัดและจะกลายเป็นดาวหมุน ซึ่งการคำนวณว่าต้องเปิดสปีดชัตเตอร์ที่ไม่นานเกินไปนั้น ขึ้นอยู่กับกล้องและเลนส์ที่เราใช้ ให้คำนวณว่าเราใช้กล้องไหนถ่าย หลายคนคงคุ้นเคยกฎ 500 ในการถ่ายดาว ถ้าเราใช้กล้อง Full Frame และใช้เลนส์ 20mm ก็ให้นำ 500 ไปหารด้วย 20 จะได้เป็น 25วินาที ที่สามารถเปิดสปีดชัตเตอร์ได้โดยที่ดาวไม่กลายเป็นเส้นสายนั่นเอง

 

F และ ISO ดันขึ้นด้วย

ในส่วนการตั้งค่าอื่นๆ ของกล้องอย่างค่ารูรับแสงหรือค่าความไวแสง ISO ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย เราแค่ต้องเปิดรูรับแสงให้กว้างที่สุดเท่าที่เลนส์ของเราจะสามารถเปิดได้ คือ f เลขน้อยๆ นั่นเอง สังเกตได้จากเลขบอกตัวเลนส์ จะมีบอกไว้อยู่แล้ว ส่วนค่า ISO ก็ดันให้สูงเข้าไว้ ลองดูตั้งแต่ 3200 กัน แต่ก็ต้องรู้ขีดจำกัดกล้องของเราด้วย ว่าต้องใช้ ISO สูงๆ แล้วไม่มี noiseในภาพ ก่อนถ่ายทางช้างเผือกจริงๆ ให้ลองเทสต์ถ่ายกันดูจะดีกว่า

Cr. steveowst on Pixabay

 

ลืม Auto Focus ไปก่อนเลย

เรามาเริ่มกันที่ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการถ่ายภาพกันเลย เวลาเราถ่ายภาพตอนกลางคืนนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทายและซับซ้อน สำหรับการตั้งค่า Auto Focus เพราะกล้องจะจับโฟกัสไม่ได้ ให้ลืมการใช้ Auto Focus ไปได้เลย และเปลี่ยนมาใช้ Manual Focus จะดีกว่า พอเปลี่ยนมาใช้ Manual เลือกระยะเลนส์ที่เราต้องการจะถ่าย เราก็หมุนวงแหวนโฟกัสที่ตัวเลนส์ไปที่เครื่องหมาย infinity ยิ่งเราใช้กล้องที่มีจอ Live View ยิ่งเป็นเรื่องง่ายต่อการโฟกัส ให้ซูม 100% เข้าไปที่ดวงดาวที่สว่างที่สุด ก็คือดวงจันทร์นั่นเอง และหมุนวงแหวนโฟกัสจนให้แน่ใจว่าคมชัดแล้ว

Cr. Free-Photos on Pixabay

 

จัดองค์ประกอบภาพให้ดี

Cr. Image by Free-Photos on Pixabay

หลายคนคงเคยได้ยินว่าฉากหน้า หรือ Foreground เป็นสิ่งสำคัญของการจัดองค์ประกอบภาพ ช่วยดึงดูดสายตาของผู้ที่มองภาพของเราได้ดี ดังนั้นจึงควรใช้เลนส์มุมกว้างถ่ายภาพจะช่วยให้เราได้ภาพที่มีรายละเอียดได้มากกว่า ใครที่มีเพื่อนไปถ่ายทางช้างเผือกด้วย แนะนำว่าให้เพื่อนไปยืนอยู่ข้างหน้า และถ่ายเพื่อนรวมเข้าไปกับทางช้างเผือก เป็นการเปรียบเทียบสัดส่วน สื่อให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของทางช้างเผือก แต่ถ้าเรามีวัตถุอยู่ที่ฉากหน้าของเรา โฟกัสก็อาจจะเบลอได้เมื่อเราเปิดรูรับแสงกว้าง แนะนำให้ถ่ายแบบ Focus Stacking ถ่ายรูปสองใบ โดยรูปหนึ่งโฟกัสท้องฟ้าและอีกรูปให้โฟกัสที่ไปที่ฉากหน้าในภาพ และนำไปแต่งภาพรวมกันเป็นหนึ่งใบ จะได้ภาพที่คมชัดสุดๆ นอกจากนี้ยังมีเทคนิคจัดองค์ประกอบอย่างอื่นที่หลายคนคุ้นเคยอย่างกฎสามส่วนและ Golden Ratio ที่นำมาใช้กับทางช้างเผือกของเราได้

Cr. Greg Rakozy on Unsplash

Cr. manolofranco on Pixabay

 

อุปกรณ์เจ๋งๆ เตรียมให้พร้อมก่อนออกทริป

เลนส์ไวแสง

Cr. Jason Wong on Unsplash


อุปกรณ์การถ่ายภาพที่แนะนำอันดับแรกสำหรับผู้ที่ใช้กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ นั่นคือ เลนส์ที่มีค่ารูรับแสงกว้างๆ ยกตัวอย่าง F1.4 - F2.8 แนะนำว่าค่ารูรับแสงไม่ควรมากกว่า F2.8 เพราะเลนส์เหล่านี้จะเหมาะกับการถ่ายทางช้างเผือกในตอนกลางคืนที่สภาพแสงน้อย หรือถ้าใครไม่มีเลนส์ไวแสง อาจต้องเสี่ยงกับการดัน ISO ให้มากขึ้น ซึ่งอาจเกิด Noise ในภาพได้ และให้เลือกระยะเลนส์ที่เป็นเลนส์มุมกว้าง สังเกตว่าเลขบนตัวเลนส์จะน้อย แนะนำให้ใช้ตั้งแต่ระยะ 14mm-24mm ซึ่งจะช่วยให้เราเก็บภาพท้องฟ้าและรายเอียดของทางช้างเผือกได้มาก ทำให้เราได้ภาพที่เหมือนดั่งตาเห็น

Cr. Benjamin Davies on Unsplash

 

 

ขาตั้งกล้อง

Cr. Kyle Goetsch on Unsplash

 

เพราะตอนถ่ายทางช้างเผือก สภาพแสงในตอนนั้นจะมืดมากๆ เราจึงต้องเปิดสปีดชัตเตอร์ทิ้งไว้สัก 15-40 วินาที ให้แสงเข้ามาในกล้องได้มากขึ้น ภาพของเราจะสว่างขึ้น แต่กล้องของเราต้องนิ่งให้มากที่สุด เพราะถ้ากล้องไม่นิ่ง ภาพก็เบลอนั่นเอง ขาตั้งกล้องจึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่างภาพต้องพกไปล่าทางช้างเผือกกัน และควรเป็นขาตั้งที่แข็งแรงและมั่นคงด้วย เผื่อเจอลมแรงๆ ก็มีโอกาสที่ภาพจะเบลอได้

Cr. James Wheeler from Pexels

 

รีโมตชัตเตอร์

ไม่ใช่ว่ามีขาตั้งกล้องแล้วจะเพียงพอสำหรับการถ่ายภาพไม่ให้เบลอ ให้คมชัดที่สุด เมื่อเราต้องสปีดชัตเตอร์นานๆในการถ่ายทางช้างเผือก เพราะมือเราไปสัมผัสโดนกล้องตอนกดปุ่มชัตเตอร์ ย่อมมีแรงสั่นสะเทือนอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรใช้รีโมตชัตเตอร์หรือสายลั่นชัตเตอร์ช่วยเวลากดชัตเตอร์ถ่าย

via. photographylife.com, medium.com

ไม่พลาดข่าวสารโปรโมชั่นและสินค้าใหม่ล่าสุดจากเรา!

Gif party in your inbox? Learn more..