7 ทริคการถ่าย Firework สุดตระการตา

ใกล้เข้ามาทุกทีกับเทศกาลประจำปลายปี ไม่ว่าจะเป็น เทศกาลวันลอยกระทง หรือวันปีใหม่ และแน่นอนว่าตามงานเทศกาลสำคัญแบบนี้ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือการจุด “พลุ” หรือ “ดอกไม้ไฟ” สัญลักษณ์ของความสุขและการเฉลิมฉลอง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อมีการจุดพลุตามงานเทศกาล ใครที่เดินผ่านหรือมองเห็น ส่วนใหญ่ก็จะหยิบโทรศัพท์หรือกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเก็บภาพความสวยงาม แต่ในการถ่ายพลุหรือดอกไม้ไฟ ซึ่งเป็นการถ่ายภาพตอนกลางคืน อาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและท้าทาย และวันนี้เราก็มีบทความเกี่ยวกับการถ่ายพลุมาแนะนำกัน ตามมาเลย!!

 

หาโลเกชั่นเหมาะๆ

ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆกันเลย กับการหาโลเกชั่นเหมาะๆ สำหรับการถ่ายภาพดอกไม้ไฟ ทางที่ดีเราควรเตรียมตัวไปถึงโลเกชั่นล่วงหน้าก่อนสัก 2-3 ชั่วโมง เพื่อจับจองโลเกชั่นที่สามารถมองเห็นองค์ประกอบโดยรวมได้ชัดเจน เก็บรายละเอียดได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเป็นจุดที่วางขาตั้งกล้องได้โดยที่เราสามารถวางใจได้ว่าจะไม่มีผู้คนมาเดินผ่านหน้ากล้อง

 

ใช้ขาตั้งกล้อง (จำเป็นมาก)

ขาตั้งกล้องถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยในการถ่ายพลุในสภาพแสงน้อยหรือถ่ายในตอนกลางคืน เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยให้กล้องของเราไม่สั่น เพราะการถ่ายพลุ บางครั้งเราอาจต้องเปิดสปีดชัตเตอร์นานๆ และถ้ามือไม่นิ่ง ก็อาจเป็นสาเหตุให้ภาพเบลอ ทำลายความสวยงามได้เลย หรือเวลากดชัตเตอร์ มือของเราที่ไปโดนปุ่มชัตเตอร์ ก็เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ภาพเบลอได้ แต่ถ้าใครยังไม่มีก็อาจหาระเบียงหรือกำแพง วางกล้องไว้กับพื้น ที่สามารถทำให้กล้องของเรานิ่งที่สุด

 

ปรับกล้องและเลนส์เป็นโหมด Manual

ข่าวดีก็คือคุณไม่จำเป็นต้องมีกล้องหรือเลนส์ราคาสูง แค่เป็นรุ่นที่สามารถปรับโหมด Manual ได้ ก็เพียงพอแล้ว สิ่งต่อมาที่ต้องทำก็คือ เราต้องปรับ ISO ให้ต่ำสุด ส่วนใหญ่จะต่ำสุดที่ 100 ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้ปัญหาเรื่องการเกิด Noise นั้นหมดไป

เหตุที่ต้องปรับให้เป็นโหมด Manual เพราะว่าจะทำให้การถ่ายภาพดอกไม้ไฟมีประสิทธิภาพมากกว่าหลายเท่าเลยเมื่อเทียบกับการถ่ายแบบออโต้ การถ่ายด้วยโหมด Auto ก็สามารถทำได้เหมือนกัน แต่ดอกไม้ไฟของเราจะดูไม่เป็นรูปเป็นร่าง ไม่สวยงาม เพราะฉะนั้นยอมเสียเวลา ปรับการตั้งค่าของกล้องด้วยตัวเอง และรูปของคุณจะออกมาสมบูรณ์แบบอย่างไม่น่าเชื่อ

 

เปิดสปีดชัตเตอร์ นานๆ

ในการถ่ายพลุหรือดอกไม้ไฟนั้น เราจำเป็นต้องตั้งสปีดชัตเตอร์สูงๆ เพื่อให้กล้องของเราเปิดม่านรับแสงนานๆ ลองตั้งค่าตั้งแต่ 1 – 10 วินาที เนื่องจากเป็นการถ่ายภาพในตอนกลางคืน จะมืดมากๆ เปิดสปีดชัตเตอร์นาน ม่านชัตเตอร์จากกล้องจะสามารถรับแสงจากพลุได้มากเพียงพอ จนเห็นรายละเอียดของพลุที่เป็นเส้นสาย และได้ภาพพลุสุดเพอร์เฟ็กต์มากๆ แต่ต้องระวังอย่าให้แสงผ่านม่านชัตเตอร์มากเกินไป จนส่งผลให้ภาพสว่างจ้าเกินไป

 

อย่าลืมปิด Flash ให้เรียบร้อย

ปกติเมื่อเราถ่ายรูปในตอนกลางคืน แฟลชจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนคิดถึงเป็นสิ่งแรก เนื่องจากเป็นตัวที่ทำให้ภาพของเราเห็นวัตถุได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ในการถ่ายรูปพลุหรือดอกไม้ไฟนั้น อาจทำลายความสวยงามของภาพได้เลย ควรปิดหรือถอดแฟลชเก็บไปเลย เพราะนอกจากจะทำให้องค์ประกอบภาพดูแย่แล้ว ยังทำให้ foreground หรือฉากหน้าของเราสว่างจ้าอีก เพราะฉะนั้นควรเก็บแฟรชไปใช้ในโอกาสอื่นนะครับ

 

การจัดองค์ประกอบภาพ

การจัดองค์ประกอบภาพให้ดีถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้และสำคัญมากๆ หลังจากที่เราหาโลเกชั่นดีๆได้แล้ว สิ่งต่อมาก็คือ เราจะวางองค์ประกอบภาพอย่างไรให้ดูสวยและให้ภาพออกมาน่าดู

  1. ตำแหน่งของพลุบนท้องฟ้าเป็นสิ่งแรกที่จำเป็นต้องรู้ เนื่องจากพลุเป็นตัวแบบ หลักของเรา เมื่อเราวางสิ่งที่น่าสนใจที่สุดได้สะดุดตาแล้ว จะทำให้ทั้งภาพนั้นเพิ่มความน่าสนใจขึ้นมาเป็นเท่าตัว
  2. การจัดองค์ประกอบของพลุ ไม่ว่าเราจะให้พลุวางอยู่ตรงกลางเฟรมภาพหรือวางไว้ที่จุดตัดของภาพ ก็ได้ทั้งนั้น 
  3. ใช้กฏสามส่วน มาเป็นตัวช่วย เบสิคสุดๆเลยก็คือการวางให้ 2 ใน 3 ของภาพเป็นพื้นดินหรือท้องฟ้า แต่ในส่วนของการถ่ายดอกไม้ไฟ 2 ใน 3 ของภาพนั้นควรจะเป็นท้องฟ้า เนื่องจากจะทำให้เก็บรายละเอียดของดอกไม้ไฟได้กว้างและครบถ้วน

 

สนุกและเรียนรู้ไปกับมัน!

อย่ากลัวที่จะลองอะไรใหม่ๆ ถ่ายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ถือเป็นการเรียนรู้กันไป บางคนอาจจะถ่ายไม่ได้เลย ก็ลองเปลี่ยนไปถ่ายแบบ Out-focus หรือหลุดระยะโฟกัสก็ทำให้ได้ภาพโบเก้ที่สวยไปอีกแบบ ให้ทุกคน “ลอง” ถ่ายดูก่อนนะครับ

ไม่พลาดข่าวสารโปรโมชั่นและสินค้าใหม่ล่าสุดจากเรา!

Gif party in your inbox? Learn more..