6 สาเหตุหลักที่ทำให้ภาพเบลอ ไม่คมชัด

ไหนใครมีปัญหาถ่ายรูปแล้วภาพไม่คม ลองอ่านสาเหตุเหล่านี้เอาไว้จะได้แก้ไขปัญหาถูก เพราะเชื่อว่าหลายคนน่าจะเจอปัญหาเรื่องถ่ายภาพออกมาแล้วไม่คมชัดเท่าที่ควร สาเหตุอะไรถึงเป็นเช่นนั้น เดี๋ยวเรามาลองไล่เรียงกันดีกว่า จะได้แก้ปัญหาเรื่องถ่ายภาพแล้วได้ภาพเบลอ ภาพไม่คมชัดกัน

1. โฟกัสผิดพลาด

ปัญหาแรกที่เป็นสาเหตุหลักของภาพถ่ายที่เบลอ ไม่คมชัดก็คือเรื่องโฟกัส เพราะแม้ว่าคุณจะใช้เลนส์ที่ออกแบบมาให้คมชัดขนาดไหน แต่ถ้าโฟกัสไม่เข้าก็เปล่าประโยชน์ เพราะภาพที่ได้จะไม่มีวันคมชัดตามที่ต้องการ ซึ่งการโฟกัสผิดจุด หรือการเลือกจุดโฟกัสที่ไม่ถูกต้องทำให้กล้องไปโฟกัสที่ตำแหน่งอื่น ทำให้ได้ภาพที่เรียกว่าหลุดโฟกัส จะถ่ายคนให้ชัด กลับไปโฟกัสกิ่งไม้ด้านหลังแทนอะไรประมาณนั้น รวมไปถึงการเลือกระบบโฟกัสที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหานี้ก็คือ ต้องศึกษาวิธีการเลือกจุดโฟกัสให้ถูกต้องว่าต้องการให้จุดใดชัด หรือใช้งานระบบออโต้โฟกัสแบบใดให้เข้ากับสถานการณ์ เช่น เลือกใช้ระบบ AF-C เพื่อให้กล้องโฟกัสต่อเนื่องติดตามวัตถุเพื่อถ่ายภาพกีฬา เป็นต้น

 

2. ความเร็วชัตเตอร์ต่ำเกินไป

เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ภาพเบลอ ไม่คมชัดได้ง่าย และมักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ มือใหม่หลายๆคนมักใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำเกินไป โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีแสงน้อย หรือปรับค่ากล้องผิด ทำให้เกิดภาพที่ดูมีการสั่นไหวปรากฏขึ้น จนวัตถุในภาพไม่คมชัด เบลอ มองไม่เห็นรายละเอียดที่ชัดเจน วิธีการแก้ไขปัญหาหลักๆเลยก็คือปรับความเร็วชัตเตอร์ให้สูงขึ้นจนสามารถที่จะถือประคองให้ถ่ายภาพได้ หรืออาจจะต้องใช้งานขาตั้งกล้องหากจำเป็นต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำในการถ่ายภาพ

 

3. วัตถุเคลื่อนไหวเร็ว

บางสถานการณ์ แม้เราจะปรับค่าความเร็วชัตเตอร์ให้เร็วพอที่จะถือกล้องถ่ายภาพให้นิ่งได้ แต่หากวัตถุในภาพมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเกินกว่าที่ความเร็วชัตเตอร์จะหยุดภาพให้นิ่ง ก็จะทำให้เกิดภาพที่สั่นไหว ไม่คมชัดขึ้นได้ ดังนั้นการถ่ายภาพในสถานการณ์ที่ต้องการหยุดการเคลื่อนไหวของวัตถุที่มีการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วในภาพจึงต้องมีการปรับตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ให้สูงขึ้น นอกเสียจากว่าคุณต้องการได้ภาพที่ให้อารมณ์ดูมี Movement หรือมีการเคลื่อนไหว

 

4. ใช้ระยะเทเลถ่ายภาพ

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภาพไม่คมชัด แม้ว่าจะใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงขึ้น แถมวัตถุในภาพก็ไม่ได้เคลื่อนที่อะไรเร็วมากนัก นั่นคือการเลือกใช้เลนส์เทเลโฟโต้ที่มีทางยาวโฟกัสสูง เช่นเลนส์ระยะ 300mm หรือ 400mm เพราะเลนส์ประเภทนี้ มีอัตราขยายสูง มีการดึงภาพเข้ามาใกล้ทำให้ โอกาสที่ภาพจะสั่นไหวนั้นเกิดขึ้นได้มาก แม้ว่าการใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงในเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสสั้นจะให้ภาพที่คมชัด แต่เมื่อเปลี่ยนเลนส์หรือปรับซูมไปที่ระยะเทเลโฟโต้แล้ว ควรปรับความเร็วชัตเตอร์เพิ่มขึ้นด้วย โดยมีสูตรคร่าวๆว่าความเร็วชัตเตอร์ไม่ควรต่ำกว่าทางยาวโฟกัสของเลนส์ที่ใช้อยู่ เช่น หากซูมภาพไปที่ระยะ 200mm ก็ควรใช้ความเร็วชัตเตอร์ไม่ต่ำกว่า 1/200 วินาที เป็นต้น

 

5. ถือกล้องไม่นิ่ง

หากทุกอย่างได้รับการแก้ไขมาแล้ว แต่ภาพที่ได้ยังไม่คมชัด ยังเบลออยู่ อาจเกิดจากปัญหาถือกล้องไม่นิ่งพอ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกับความเร็วชัตเตอร์ต่ำอย่างที่บอกไปแล้ว บางทีการจับถือกล้องที่ไม่สมดุลหรือแม้จะใช้ขาตั้งกล้อง แต่พื้นที่ที่ตั้งอยู่เกิดการสะเทือนสั่นไหว ก็เป็นสาเหตุทำให้ภาพออกมาไม่คมชัดด้วยเช่นกัน การทำให้กล้องนิ่งที่สุดจึงต้องประคองกล้องให้มั่นคงในขณะกดชัตเตอร์ หรืออาจจะเปิดใช้งานระบบป้องกันภาพสั่นไหว ซึ่งกล้องรุ่นใหม่ๆนั้นออกแบบมาให้สามารถลดการสั่นไหวขณะถือกล้องได้ดีขึ้นแม้ใช้งานความเร็วชัตเตอร์ต่ำ

 

6. ใช้ ISO สูงจนเกิด Noise รบกวน

ภาพไม่คม แต่อารมณ์ต้องได้ อาจจะเป็นคำที่ดี แต่หากภาพไม่คมเพราะความผิดพลาดของเราเองแบบไม่น่าเกิดขึ้นก็ไม่น่าให้อภัย โดยเฉพาะบางคนลืมปรับค่า ISO แม้ถ่ายภาพตอนกลางวันแดดเปรี้ยงๆ สำหรับปัญหานี้มักเกิดจากการที่เราต้องการให้ภาพคมชัด ไม่สั่นไหวด้วยการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้น ทำให้จำเป็นต้องปรับรูรับแสงกว้างขึ้นหรือไม่ก็ปรับ ISO ให้สูงขึ้น ซึ่งการปรับ ISO ให้สูงขึ้นนั้น สิ่งที่จะตามมาก็คือเรื่อง Noise หรือสัญญาณรบกวนดิจิตอลที่ปรากฏขึ้นในภาพ โดย Noise นอกจากจะเกิดจุดสีขึ้นในภาพแล้ว ยังทำให้ภาพไม่คมชัดหากเทียบกับการใช้ ISO ต่ำ โดยเฉพาะการใช้งาน ISO สูงๆ จะทำให้ภาพขาดความคมชัด คุณภาพไฟล์แย่ลงจนรายละเอียดของภาพหายไป และเกิด Noise ขึ้นมารบกวนอีกด้วยนั่นเอง

ไม่พลาดข่าวสารโปรโมชั่นและสินค้าใหม่ล่าสุดจากเรา!

Gif party in your inbox? Learn more..