4 เทคนิคเลือกขาตั้งกล้องสำหรับนักถ่ายภาพมือใหม่

ขาตั้งกล้องจัดเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากและขาดไม่ได้เลย เพราะว่าถ้าจะต้องไปถ่ายรูปในที่ใดนานๆตลอดทั้งวัน หรือการถ่ายรูปวิวบางครั้งต้องใช้เวลารอแสงหรือองค์ประกอบครบจึงจะได้ภาพที่สวย โดยที่เราไม่ต้องมาถือกล้องไว้ตลอดให้เมื่อย ช่วยให้ภาพมีความนิ่งและคมชัดมากขึ้น ช่วยในการตั้งกล้องถ่ายภาพในสถานการณ์ที่ยากลำบากต่อการถือกล้องถ่าย ช่วยให้มีโอกาสในการได้ภาพจากสภาพของแสงที่ต่ำหรือภาพจากการใช้ ISO ต่ำในการถ่าย 

สำหรับใครที่เป็นมือใหม่หัดใช้ขาตั้งกล้อง และยังไม่รู้ว่าจะพิจารณาเลือกขาตั้งกล้องจากอะไร ในบทความนี้ BIG Camera ขอแนะนำ หลักในการพิจารณาเลือกขาตั้งกล้องสำหรับนักถ่ายภาพมือใหม่มาฝากกัน เพื่อให้คุณเลือกใช้งานขาตั้งกล้องที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ในการใช้งานมากที่สุด

 

1. ความสูงของขาตั้งกล้อง

การเลือกความสูงของขาต้องกล้องนั้นขึ้นตรงกับสรีระความสูงของผู้ใช้ เพราะเวลาเราใช้งานกล้องจะต้องอยู่ในระดับใกล้เคียงกับสายตาเราที่มองเข้าไปในช่องมองภาพ ซึ่งมีวิธีดูก็คือ นำความสูงของเราลบด้วยความสูงของขาตั้งกล้องเมื่อกางสูงสุดโดยไม่ยืดแกนกลาง ไม่ควรมากกว่า 10 เซนติเมตร เช่น หากคุณสูง 155 เซนติเมตร ขาตั้งกล้องที่เหมาะสมกับคุณ ควรสูงประมาณ 145 เซนติเมตร จะทำให้เราสามารถถ่ายภาพโดยไม่ต้องก้มแล้ว ยังให้ความมั่นคงมากกว่าการยืดแกนกางขึ้น แต่ปัจจุบันการถ่ายภาพโดยระบบ Live View ไม่ว่าจะในกล้อง DSLR หรือ Mirrorless มีการออกแบบหน้าจอให้สามารถฟลิบได้ เพิ่มความสะดวกสบายในการถ่ายภาพให้มากขึ้น ซึ่งระยะความสูงของขาตั้งกล้องก็ไม่ได้เป็นผลในกล้องรุ่นใหม่สักเท่าใด

 

2. การรับน้ำหนักของขาตั้งกล้อง

ขาตั้งกล้องที่ดีควรมีความแข็งแรงและมั่นคงสามารถรับน้ำหนักของกล้องได้เป็นอย่างดี โดยวิธีการคำนวณน้ำหนักขาตั้งกล้อง จะคิดจาก “บอดี้กล้อง+เลนส์ที่มีน้ำหนักมากที่สุดที่ผู้ใช้มี+แบตเตอรี่,กริป,แฟลชหรือ อุปกรณ์อื่นๆ(ถ้ามี)” โดยผู้ใช้สามารถเช็คน้ำหนักของพวกอุปกรณ์ต่างๆที่มีได้จากในเว็บไซต์ของแบรนด์นั้นๆ โดยขาตั้งกล้องควรจะรับน้ำหนักได้ 2 เท่าจากน้ำหนักกล้องและอุปกรณ์ทั้งหมด

 

3. จำนวนท่อนขา

จำนวนท่อนของขาตั้งเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ เพราะมันจะเกี่ยวข้องกับการพกพา ปัจจุบันขาตั้งกล้องในตลาดจะมีตั้งแต่ 3 ท่อนไปจนถึง 5-6 ท่อน ซึ่งขาตั้งกล้องที่มีจำนวนท่อนเยอะจะสะดวกในการพับเก็บ สามารถหดได้สั้น พกพาได้ง่าย แต่เสียตรงที่ การมีท่อนขาที่มากจำนวนตัวล็อคก็จะมากตามไปด้วย จะเกิดการสั่นไหวได้ง่ายกว่าขาตั้งกล้องที่มีจำนวนท่อนน้อย

 

4. ระบบล็อคขา

ขาตั้งกล้องในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบใช้ระบบ Grip Lock (บานพับ) และระบบ Twist Lock (ข้อหมุน) ซึ่งขาตั้งแบบ Grip Lock มีข้อดี ก็คือ ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้ที่ไม่เคยใช้งานขาตั้งกล้องมาก่อน ส่วนข้อเสียคือ บานพับจะเกี่ยวกับวัสดุอื่นๆได้ง่าย แต่ไม่เหมาะกับสายลุยที่ชอบบุกด่าฝ่าดงเท่าใดนัก รวมถึงการดูแลรักษาทำความสะอาดจะยากกว่าแบบ Twist Lock ส่วนแบบ Twist Lock มีข้อดี คือ ข้อล็อค มีความกลมมนไปกับตัวขาจึงไม่ค่อยเกี่ยวกับวัสดุอะไรง่ายๆ สามารถหมุนออกมาทำความสะอาดง่าย น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับสาย Traveler ส่วนข้อเสีย คือ ดูยากว่าขาล็อคอยู่หรือไม่ หากหมุนผิดทิศทางขาอาจหลุดออกจากกันได้ ถ้าใช้ งานบ่อยๆจนคล่องแล้วก็จะสะดวกมากขึ้น

ที่มา : photographytalk

ไม่พลาดข่าวสารโปรโมชั่นและสินค้าใหม่ล่าสุดจากเรา!

Gif party in your inbox? Learn more..