เดินทางกับกล้องคู่ใจ
Print this page
     
  {31.03.10}  
     
 

สวัสดีครับ กับเพื่อนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ผมมีโอกาศในการเดินทางค่อยข้างมาก อยู่ 3 กรณี

            กรณีที่ 1 เดินทางเพื่อไปเป็นวิทยากร ซึ่งมีทั้งในประเทศและตามจังหวัดต่างๆ โดยเป็นชมรมถ่ายภาพบ้างสถาบันทางราชการบ้าง หน่อยงานเอกชน และมหาลัยภูมิภาคต่างๆ และในต่างประเทศบางแห่ง

 ซึ่งทำให้ได้มองเห็นความงดงามของภูมิทัศน์เสมอ จึงได้ถ่ายภาพ เท่าที่โอกาศอำนวย แล้วหาเวลาเดินทางไปเองอีกครั้งเพื่อกานถ่ายภาพโดยเฉพาะ

                กรณีที่ 2 เดินทางไปเป็นกรรมการตัดสินภาพประกวดหลายแห่ง หลายสถานที่ เช่นเดียวกัน พบเห็นสิ่งที่น่าถ่ายภาพมากเช่นกันหมายตาตั้งเป้าไว้เลยเมื่อมีเวลา

                กรณีที่ 3 ทำงานถ่ายภาพเพื่ออาชีพ และถ่ายเพื่อการพักผ่อน ซึ่งเป็นการดีมาก ที่ได้ทำในสิ่งที่เราสนใจสมใจนึก มีสุข มีจินตนาการ สงบ เย็น ปลอดโปร่งใจอย่างแท้จริง

อยากบอกทุกท่านว่า.....ถ่ายภาพเถิด เป็นสุข.....เห็นภาพสวยของผู้อื่นอย่างสุขใจ ถ่ายภาพด้วยตนเองอย่าง ปิติสุข...
ศิลปะเกิดจากใจ ศิลปะคือธรรมชาติมอบให้ ท่านจะพบว่า ทุกสิ่งในโลกเกิดได้ เปลี่ยนแปลงได้ จบสิ้นได้ แต่ภาพถ่ายยังคงอยู่เพื่อบอกเล่าความละเอียดอย่างหมด จด
ผู้คน สถานที่ การแต่งกาย ประเพรี วัฒนธรรม ย่อมกลายพันธุ์ ต่างจากวันนี้ที่เราถ่ายภาพไว้ จะเป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นไปได้เสมอ
ท่านที่ชอบการถ่ายภาพ ย่อมมีสุขถึงสองโลกด้วยกัน “โลกแห่งความเป็นจริงที่งดงาม ด้วยสองตาที่มองเห็น” “โลกแห่งอดีตที่เป็นภาพถ่ายอย่างสวยงามต่อไป”
ท่านที่ผ่านมาพบข้อความนี้ โดยที่ท่านไม่ชอบการถ่ายภาพ ลองซื้อกล้องสัก หนึ่งตัว ไม่ต้องแพงนักถ่ายภาพบนถนนสักแห่งหนึ่ง เวลา 10.00 น. วันจันทร์ แล้ววันอังคารลองไปยืนที่เดิมเวลาเดิม
จะไม่มีทางเหมือนเดิม ถ้าหากหนึ่งปีผ่านไป ยืนที่เดิม เวลาเดิม ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ ทุกขวบปี ห้าปี สิบปี แต่ภาพถ่ายภาพแรกที่ท่านถ่ายเอาไว้นำมาเปรียบเทียบดู ซิครับว่าแตกต่างกันเพียงใดใกล้ตัวท่านที่สุด
คือบ้านของท่าน ลองทำดูซิครับน่าสนุกมากเก็บให้ดีเรียงลำดับให้ถูกวั นเดือนปี ทุก 2 ปี ถ่ายภาพมุมเดิมเป็นเวลา 10 ปี 20 ปี นี้คือการบันทึก นี่คือคุณค่าของการเปลี่ยนแปลงและนี้คือคุณค่าอันยิ่ งใหญ่ของกล้องถ่ายภาพ
....”กล้องคือเครื่องมือที่หยุดการเวลา”....
....”ภาพถ่าย คือ อัญมณีแห่งการเวลา ที่ถูกเจียรนัยไว้ โดยนักถ่ายภาพ”....
ถ้าทุกท่านมีกล้อง ช่วยกันบันทึก ทุกชีวิต ทุกสถานที่ในเมืองไทย ทุกท่านเก็บภาพรวมไว้เป็นชุด
เป็นต้นแบบให้อนุชนได้เรียนรู้ได้ศึกษาจากภาพ จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ได้อย่างวิเศษที่สุด ผมขอรับรอง
ในการพบกันครั้งแรก จึงต้องเกริ่นกล่าวนำเรื่องให้เฟื่องปัญญา จะได้มองไปหาจินตนาการได้กว้างไกล
ภาพชุดแรกๆ นี้ ขอเชิดชูวถีชีวิตชนบทก่อนนะครับ ถือว่าเรามาแรกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันไม่ได ้มาเป็นวิชาการจ๋าเต็มสูตร เพียงเล่าเรื่องว่าถ่ายภาพอะไร ใช้กล้องและเลนส์อะไร
ที่สำคัญมีแนวคิดอย่างไรที่เห็นภาพซึ่งเป็น....”art Of Seeing”....ศิลปแห่งการมองเห็น
หากท่านมีข้อแนะนะติติง ส่งเสริมก็กรุณาช่วยกัน เพื่อเชิดชูกระบวนการถ่ายภาพให้ก้าวไปอย่างมีสุขนะคร ับ

 

 

บทเพลงอันเป็นสาระแห่งชีวิต จะไม่มีบทใดที่หนักแน่นโถมทั่ง เท่ากับบทเพลงของชาวนา ที่ถือกันว่า “หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน” พูดกันจนชินชา แต่ชาวนาก็ยังเหมือนเดิม
ภาพชุดนี้ ได้มีเวลาว่าง 2-3 วัน ผู้คนคุ้นเคยกันมานาน เอ่ยปากชวนไปเยี่ยมบ้านที่จังหวัดสระบุรี อำเภอ ดอนพุด ผมนึกเพียงภาพ ท้องนา คันนา ทุ่งข้าว ดอนพุดอยู่ที่ไหน
รุ่งเช้า จัดกระเป๋ากล้อง คิดเองว่า เอาเลนย์อะไรไปดีนะ ถ่ายภาพชาวนาต้องมีทั้งมุมกว้าง และเทเลมุมแคบ แฟรชคงไม่ได้ใช้ เพราะไม่ได้ถ่ายภาพบุคคล
เมมเมอรี่การ์ด น่าจะ 4 กิ๊ก 2 กิ๊ก คงเอาอยู่แต่ความคิดที่ตกผลึกมาแล้วเตือนว่า “เป้นนักถ่ายภาพนะต้องเตรียมพร้อมเสมอ เวลาไม่ได้เอาไปจะเอาที่ไหนใช้
ถ้าเอาไปไม่ได้ใช้ก็ยังดีกว่า อุ่นใจกว่ากันเยอะ ถ้าเช่นนั้นก็เอาไปเถอะ ขนไป มีแล้วไม่ได้ใช้ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี หลายครั้ง หลายคราที่พบปัญหานี้ตลอด
ผมจึงจัดแจง เอากล้อง Olympus E520 เบาสบายไม่หนักมาก ติดไปกับเลนส์ 12-60 มม. ตัวเก่งของผมแพงด้วยนาตัวนี้ Zuiko Digital ED 12-60 mm. F2.8-4.0 SWD ชุดนี้รวมกันหนัก 1.2 กิโลกรัม เอาเลนส์ 70-300 mm. ED F4.0-5.6 ตัวนี้หนัก 7 ขีดกว่าๆ เอากล้องพกพาของ Ricoh R-8 ไปด้วยคอมแพคบางเบาสีภาพสวยตัวนี้หนัก 2 ขีด
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วยกชุดไปให้หมดเลยก็แล้วกันจะได้สบายใจพูดง่ายๆ ว่า...พร้อมลุย รวมเบ็ดเสร็จทั้ง
กระเป๋าหนักรวม 8 กิโลกรัม เพิ่มเติมอื่นๆ ขอไว้ก่อน เช่น กระจกเงา เมื่อถ่ายภาพดอกไม้ในร่ม หรือถ่ายแมลง ขวดน้ำทำฝนเทียม สายต่อสายพ่วง เอาไว้คราวหน้าที่จำเป็น
ที่ลืมไม่ได้...อย่าลืม...ขาตั้งกล้องครับ ของผมหนัก 3 กิโลกรัมตัวเก่า 4.2 กิโลกรัม ขอเก็บไว้เป็นอนุสรณ์แล้ว
ขับรถมุ่งหน้า สายเอเชียตามแผนที่ที่ยอกเล่าเก้าสิบจากเจ้าของบ้าน คุร ประทีป สุวรรณวงศ์ เจ้าหน้าที่
องค์การโทรศัพท์บางขุนเทียน บ้านเกิดอยู่นี้ เกือบถึงอ่างทองเลี้ยวขวาเข้าไปทางอ.ท่าเรือ ทะลุไปอ.เสาให้ก็ได้ ไป อ.พระพุทธบาทก็ได้สักพักก็ถึงอ.ดอนพุด เจ้าบ้านต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี
ดูจากสภาพทั่วไป ไม่น่าจะถ่ายภาพได้มาก พอหายเหนื่อยผมออกเดินสำรวจ มองหามุมถ่ายภาพ ปีนป่าย
ต้นไม้ นองชายประทีป ชื่อสมโพช รุ้ใจนักถ่ายภาพ ทำนั่งร้านมุมสูงไว้ให้ ผมแทยไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทุ่งนาข้าวสองสีตัดกันอย่างสวยงาม เส้นคดโค้งทอดยาวไกลไปตามคันนา....มองลิบลิ่วแถวทิวพ นา ใกล้ค่ำย่ำสนธยา กลุ่มชาวนาก็เลิกจากงาน...ได้เรื่อง ได้ราว เข้าเนื้อหา คว้ากล้องทะยานปีนขึ้นไปเลย บ่ายสาม แสงกำลังสวย จินตนาการโลดแล่น
อยากให้มีคนเดินตามเส้นทางแห่งหัวใจที่ใฝ่หา มีลุง มีป้า เดินหน้า เดินหลัง อยากเห็นรอยยิ้มของผู้คนที่ร่าเริงคอยไปนานเท่าใดกัน นี่ คงต้องให้ชาวบ้านมาทดลองให้ก่อน ถ้ารอให้ผู้คนมาคงมืด ความงดงามของทุ่งข้าวคงหมดค่า เส้นนำสายตาคดโค้ง ทำให้ดูมีความหมายต่อการแบ่งแยกสีทอง ของนาข้าวที่กำลังใกล้เก็บเกี่ยว กับสีเขียวของข้าวสาวรุ่นงาม ถ้ามีคน มีชีวิต ก็ทำให้ภาพมีชีวิตไปด้วย ตำแหน่งของผู้คนที่ถูกจับวางในภาพย่อมต้องคำนึงถึงอง ค์ประกอบระยะใกล้ ไกล จากจุดเริ่มต้น มุ่งหน้าไปอีกไกลในบางภาพ กับระยะการเดินอยู่กลางภาพ ย่อมให้อารมณ์ต่างกัน เดินออกไปกับเดินเข้ามา ท่าทางอันมีสุข เสียงหัวเราะ ทำให้ผมถ่ายภาพอย่างอิ่มเอิบใจ ผมเลือกใช้เลนส์ 70-300 มม. ครอบภาพได้หลายระยะ และตอนคุณป้า 2 ท่านนั่งพัก ผมเปลี่ยนเลนส์ 12.60 มม. ได้ภาพอีก อารมณ์หนึ่ง

 

ภาพทั้งหมดใช้ขาตั้งบ้าง ไม่ได้ใช้บ้าง ทดสอบ ฝีมือการถือกล้องนิ่ง เปรียบเทียบกันว่า ภาพที่ถ่ายนั้น มุมเดียวกัน แสงเดียวกัน ใช้ขาตั้งกับไม่ใช้ขอตั้งตางกันตรงไหน แน่ นอนครับต่างกันแน่ ต่างกันตรงที่เวลาขยายภาพขนาดใหญ่จึงจะรู้ ผมเป็นคนติดขาตั้งงอมแงม ไปไหน ต้องมีขาตั้งครับ เป็นความจำเป็นของการถ่ายภาพที่ประณีตและคุณภาพดี
การเลือกแบคกราวน์ การเลือกทิศทางแสง การเลือกใช้ค่าความไวแสง ไอเอสโอ เลือกช่องรับแสง เอฟขนาดใด ความเร็วชัตเตอร์เท่าใด อยู่ที่ใจของท่านว่าจะเน้นอะไร หากท่านใดนังขาดส่วนนี้ ผมจะเติมเต็มให้ ฉบับนี้ดูใจกันก่อน แต่ผมว่าหลายท่านเข้มแข็งในงานถ่ายภาพกันมากอยู่แล้ว ในบางส่วน ขาดตกบกพร่องอย่างใดอย่าลืมบอกกันนะครับ
หมดเวลาจากชาวนา มองหานกยางนาที่เกาะกลุ่มเดินตามรถไถเก็บกินแมงอย่าง มีความสุข หารู้ไหมว่า คน-ถ่ายภาพก็มีความสุขไปด้วย ผมต้องใช้เลนส์ 70-300 มม. ตั้งค่าไอเอสโอสูงขึ้น เพราะต้องดึงซูมมาใช้ที่ระยะ 200-300 มม. เทียบเท่ากับ 400-600 มม. เลยทีเดียว เพื่อเน้นตัวนก ให้เด่นชัดขึ้น การถ่ายภาพนกยางสีขาวนี้ ควรต้องติดลบไว้หน่อยเพราะแกหลังดินดำ อาจวัดแสงพลาดไปบ้าง จะทำให้นกยางสีขาว ขาวมากเกินไป จนขาดรายละเอียดครับ
ฉบับนี้ขอจบก่อนนะครับ ฉบับหน้าจะมาต่อดอนพุดให้จบ มีมุมน่ารัก น่าสนใจ คอนอยู่อีกมาก โชคดีมีสุขทุกท่านกับการกดชัตเตอร์ครับ

 

 

เดินทางกับกล้องคู่ใจ 2

เดินทางไป กับกล้องคู่ใจ
พบกันในวันสดใสครับ ไปถ่ายภาพที่ไหนกันบ้าง ถ้ามีโอกาสดีมีวันว่าง ชวนผมไปด้วยนะ เผื่อจะได้
“คมความคิดจากท่านบ้าง” คมเลนส์อย่างเดียวคงไม่พอนะ ต้องคมความคิด คมมุมมอง แต่ก็อย่างว่าละครับ คมของใครใครก็ว่าคม
ให้กำลังใจตัวเองบ้างเมื่อถ่ายภาพของเพื่อนบ้าง อย่าระดมว่า ไม่งดงามสักภาพบ่อยๆ แนะนำชี้ทางเพื่อภาพงามให้เขา จะทำให้เราเห็นความสวยงามเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย
ดอนพุด ยังคงขลังอยู่ในใจผมโขอยู่นะครับ มีวัดดอนพุด ที่หลวงพ่อท่านเคร่งเรื่อง วิปัสนากรรมฐานระหว่างวัดกับชาวบ้านนั้นจะบิณฑบาต หรือ มีธุรกิจใดมักจะเดินลัดท้องทุ่ง หรือลุยทุ่ง แล้วแต่ใครจะเรียก
เมื่อพระคุรเจ้าดินลัดทุ่งมา เลนส์ซูม 70-300 มม. ถูกสับเปลี่ยนเข้าที่ตัวบอดี้กล้องทันที การปรับใช้ซูมนั้นดูจังหวะที่งดงามในองค์ประกอบภาพเป ็นหลักเบื้องต้น
บางตำแหน่ง ที่พระท่านเดินไป ต้องไม่ลืมว่างหน้าเพื่อการเดินต่อ หมายถึงยังไปอีกไกล ถ้าว่างด้านหลังนั้นอาจจะหมายถึงเดินมาไกลแล้ว หรืออาจวางไว้กลางภาพให้เห็นความสมดุลถายในภาพ ซึ่งกฎเกณฑ์เหล่านี้นักถ่ายภาพเท่านั้น ที่วางจุดมุ่งหมายใด ให้ปรากฏและมีศิลปะในการวางตำแหน่ง จุดที่น่าสนใจหลัก อย่างลงตัวพร้อมให้คำอธิบายได้อย่าถ่ายโดยขาดแนวความ คิด ต้องวาดแผนผังความสมบูรณ์ของภาพไว้ในใจ ในช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่มองอยู่ หรือจะดูจากจอภาพ แบบไรฟ์วิวก็ตาม อย่าบอกใครว่า “ภาพนี้ฟลุ๊ค” เมื่อมีคนชมภาพว่าสวย ต้องบอกไปเลยว่า “ภาพนี้ตั้งใจถ่าย” ถ่ายจากใจ ถ่ายจากความคิดครับ
การปรับขนาดซูม จาก 70-90-150-300 มม. จะทำให้ค่าช่องรับแสงกว้างสุดมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุก ครั้ง
ท่านต้องหมั่นสังเกตด้วยนะครับ เพราะจะมีผลต่อภาพได้เช่นกัน รายละเอียดตรงนี้ เลนส์แต่ละตัวย่อมไม่เหมือนกันโดยเฉพาะเลนส์ซุมที่มี ค่าแสงกว้างสุด 2 f ที่ผมใช้อยู่ 70-300 มม. F4.0-5.6 ถ้าผมใช้ที่ 70 มม. จะมีค่าช่องรับแสงที่ F4.0 พอขยับซูมมาที่ 150 มม. จะเป็น F4.5 ถ้าใช้ที่ 300 มม. จะเป็น F5.6 ผลต่างคือ ค่าความชัดลึกถูกเปลี่ยนไป
ถ้าจะให้ดีสุด เลือกเลนส์ซูมที่มี F เดียวเลย ทุกระยะซูม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงช่องรับแสง เช่น ED35-100 มม. F2.0 หรือ Ed14-35 มม. F2.0 SWD ถ้าได้อย่างนี้ละก้อไม่ต้องห่วงอะไร เรียกว่า .... หายห่วง ....เลยเชียวครับ
พอมาถึงชุดชาวนะ ผมเลือกที่จะสลับเลนส์ ชุดของผมซูมแบบมุมกว้าง กับซูมแบบมุมแคบ เพราะการเน้นอารมณ์ เน้นแสง เรื่องฉากหลัง ผมนึกถึงเสมอ ดูให้ทั่วภาพก่อนกดชัตเตอร์ หรือท่านจะกดรัว แช๊ะๆๆๆๆ ไปก่อนแล้วมาเลือก ลบทิ้งทีหลัง ผมไม่ชอบทำมากนักแบบนี้ “INPUT ให้ดี แล้ว OUTPUT จะดีเอง” แหม!!ก็มาถึงดอนพุดก็ต้อง INPUT ให้ดีไว้ก่อนครับ
ในภาพชุดที่ 1 คนบ้าง 2 คนบ้าง 3 คนบ้าง ตามอารมณ์ของภาพ ตามจังหวะมุมมองที่ผมวิ่งไป วิ่งมาชอบใจ ส่วนมากผมจะใช้ค่ารับแสงที่ F4 และ F5.6 เป็นหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเห็นความคมชัดของฉากหลัง ต้องการให้กลุ่มคนลอยเด่นขึ้นมา เลือกฉากที่หลบแสงด้วยยิ่งดี ความเข้มของฉากหลังที่ไม่โดนแสง จะขับขานให้แสงริมขอบที่มาปะทะตัวบุคคลมีความงดงามไป ด้วยเราเรียกว่า “ริมไลท์ (Rim Light)

 

บางภาพผมอาจเน้นเฉิงศิลปะบ้าง เช่น ปรัยชัดเฉพาะรวงข้าว ให้คนดูเบลอๆ ไปตามความรู้สึกนึกคิด หลายท่านอาจติงว่า ถ่ายอะไร คนไม่ชัด..ภาพเชิงอาร์ทนิดๆ ที่ภาษาถ่ายภาพเรียกว่า “ชิดเฉพาะจุด” (Selective Focus) ในบางความรู้สึกทำให้อารมณ์คิดตามไปได้หลายอย่าง
จวบจนใกล้สิ้นแสง ผมเลยได้ขอให้ทุกคนหยุดดิน ผมนอนราบกับพื้น แหงนกล้องขึ้นด้วยเลนส์ซูม 12-60 มม. ใช้ช่วงกว้าง 12 มม. วัดแสงที่ท้องฟ้า เน้น โครงสร้าง ภาพ เป็น เงาทึบ ที่เราเรียกว่า ซิลุเอท (silhouette) ถ้าตามสำเนียงฝรั่งเศส ต้องพูดว่า ซิล-ลุ-เอท-เต
ในการถ่ายภาพหลายครั้ง เราต้องลงทุน เพื่อจะได้ภาพแปลกตา ทำให้น่าสนใจ บางทีจะมีคนมาถามผมว่า ...ทำไมต้องกลิ้งเกลือกขนาดนั้น...คราวนี้เช่นกัน มีน้องนางบ้านนา กับคุณลุงร่างเท่ ควบมอเตอร์ไซค์จอดลงมาดู เห็นผมนอนกลิ้งเกลือกกับพื้น ถามว่า “ทำอะไร” หลายคนตอบแทนผมว่า “ถ่ายภาพครับ” ได้ยินเสียงแว่วว่า “ถ่ายภาพต้องขนาดนี้เลยรึ ยืนถ่ายเหมือนคนอื่นๆ ไม่ได้หรือ” แล้วก็ควบมอเตอร์ไซค์ลับตาไป
ลุงครับ น้องครับ ถ้ายืนถ่ายภาพ นั่งถ่ายภาพมันก็มีมุมเหมือนกันเลยครับ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ความเห็นเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ย่ อมแตกต่างกันออกไป
ภาพชุดนี้ ผมถ่ายมามากพอสมควร เพาระทอดลองเลนส์ ทอดลองค่าไวท์บาลานซ์ ทดลองการติดบวก-การติดลบ เป็นอย่างไร ทดลองชนิดของการวัดแสง สามแบบที่มีอยู่ในกล้องว่าแตกต่างกันอย่างไรในสภาพแสงที่มีอยู่


การทอดลอง ก็ คือ การสร้างทฤษฎีให้กับตัวเองเพื่อก้าวไปสู่การปฏิบัติก ารที่ถูกต้อง ถูกใจ ถูกหลักการ เป็นตัวหล่อหลอมความคิด การมองเห็น การใช้อุปกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไป
ภาพดอกหญ้าริมหัวคันนา เมื่อใกล้แสงสุดท้าย ผมใช้เลนส์ 12-16 มม. ใช้ระยะซูมที่ 60 มม. ปรับชัดด้วยระบบ MF ให้ใกล้ที่สุดเท่าที่ เลนส์ทำได้ ปรากฏว่าเหมือนกับการใช้เลนส์มาโครเลย คือได้ ระยะใกล้ถึง 25 ซม. กะประมาณว่าเท่ากับอัตราการขยายของเลนส์มาโครที่ 1:2 หรือ 1:2.5 ซึ่งทำให้การถ่ายภาพดอกไม้ระยะใกล้หมดปัญหาได้เลย หรือ แม้แต่ เลนส์ซูม 70-300 มม. ที่ใช้อยู่ ยังสามารถปอ ระยะที่อยู่ห่างจากเราแล้วดึงเข้ามาได้ในระยะที่พองา มทีเดียว
พูดไปแทยไม่น่าเชื่อ ต้องลองเอง ผมบอกได้เลยว่าติดใจ พอใจ ในการถ่ายภาพ Macro หรือ Close – Up ได้ดีแต่....อย่าลืม ถ่ายภาพใกล้ ขาตั้งกล้องที่แข็งแรงจำเป็นมากมาก เพราะเราตต้องใช้ช่องรับแสงแคบบ้างจึงทำให้ความเร็ว
ชัตเตอร์ต่ำได้ มือถือกล้องคงยากจึงต้องใช้ขาตั้งกล้องเป็นหลักไว้ก่ อนดีกว่าครับ แต่ถ้าไม่ได้เอาขาตั้งกล้องไปด้วย ใช้วิธีเพิ่มค่าไอเอสโอ (ISO) ให้สูงขึ้น เพื่อดันให้ค่าความเร็วชัตเตอร์สูงตามไปได้ด้วย

พวกเราถ่ายภาพกัน จวบจนดวงอาทิตย์ใกล้ลับชายทุ่ง อีกฟากหนึ่งของผืนนา ป่าไผ่ ชายทุ่ง ลมเย้น นกบินกลับรัง เสียงกบเขียด เริ่มร้องระงมกันแล้ว ชาวนาหลายท่านเดินกลับบ้านตามหัวคันนา เลียบริมคูชลประทานกระท่อมกลางทุ่ง ยังคลาสสิคเช่นเคย หนุ่มบ้านนายกผ้าขาวม้าปาดหน้าที่ชุ่มเหงื่อ แหงนมองฟ้าอีกชายทุ่ง...เห็นเธอเดินผ่านนาของฉัน ผ่านทางนี้ทุกวันความสัมพันธ์รักกันหวานชื่น...เพลงล ูกทุ่ง ของสายันห์ สัญญา แววดังมา
ผมอยากอยุ่ถ่ายภาพ....กระท่อมเก่าที่เราเคยได้พบกัน. ...ของหนุ่มสาวคู่นี้ยามฟ้าสีทองจับฟากฟ้าเสียจริง สักวันผมจะมาแอบถ่ายด้วยกล้องคู่ใจ กับเลนย์ที่ผมมีอยู่
ขอให้มีความสุขเสมอกับการบันทึกภาพนะครับ ตอนต่อไป สนุกกับการผจญภัยพงไพรฤดูหนาวที่มีทะเลหมอกใกล้ๆ กรุงเทพฯนี้เอง แล้วพบกันครับ








 
     
 
 
   
  HELP
  My Account Log-in
Create an Account
BIG Club Sign Up
Webboard
Contract Us
  SHOPPING
  Store Locations
Gift Cards
BIG Focus Sales Flyer
Sale and Clearance Center
BIG CAMERA eBay Store
  WEB ORDER
  Modify or Cancel an Order
Track an Order
Return an Item
Shopping Information
Payment Options
  SERVICES
  In-Store Events
Used Equipment
Rental Equipment
Repair
Rebate Central
Education Support
  © Copyright 2008  BIG CAMERA CO., LTD.  All Rights Reserved.
  E-mail : webmaster@bigcamera.co.th 
How to Order Terms & Conditions